วัดระหาน วัดระหาน (เกาะแก้วธุดงคสถาน) อยู่ที่ ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ภายในวัดประดิษฐานพระมหาธาตุรัตนเจดีย์ เพื่อเป็นปูชนียสถานระลึกถึงองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ลักษณะขององค์พระมหาเจดีย์ เป็นศิลปะประยุกต์ร่วมสมัย ความสูง 60 เมตร มี 4 ชั้น   ชั้นที่ 1 ใช้ประโยชน์เป็นศาลาอเนกประสงค์ ชั้นที่ 2 เป็นสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ชั้นที่ 3 เป็นอุโบสถ พิพิธภัณฑ์และที่ประดิษฐานรูปเหมือนของพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ชั้นที่ 4 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งสมเด็จพระสังฆนายกฝ่ายสยามวงศ์ และพระอัครมหาบัณฑิต วิมละรัตนะ เจ้าอาวาสวัดศรีเวฬุวนาราม ประเทศศรีลังกา ได้ประทานพระบรมสารีริกธาตุและหน่อพระศรีมหาโพธิ์ แก่พระครูเขมคุณโสภณ (หลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ) เมื่อปี 2547 ส่วนต้นพระศรีมหาโพธิ์ได้ปลูกไว้ด้านหลังพระมหาธาตุรัตนเจดีย์ ภายในวัดเกาะแก้วธุดงคสถาน เป็นสถานที่สงบร่มรื่น และมีนกยูงอาศัยอยู่จำนวนมาก เหมาะสำหรับพุทธศาสนิกชนที่ต้องการไปกราบไหว้บูชาพระบรมสารีริกธาตุ ทำบุญและปฏิบัติธรรม

[895/0][2020-07-13]

วัดชนะตาราม วัดชนะตาราม เป็นวัดประจำอำเภอชำนิ เป็นวัดที่ชาวบ้านให้ความศรัธทาเคารพบูชา และมักจะมีข้าราชการที่ย้ายมาอยู่ที่ อ.ชำนิ มากราบไหว้ขอพร เพื่อความเจริญก้าวหน้า

[872/0][2020-07-13]

กุดทะเลสวน บ้านม่วงทะเล กุดทะเลสวน บ้านม่วงทะเล เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ น้อยคงยังไม่ค่อยรู้จักนัก ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติในแบบวิถีชุมชน กุดทะเลสวยตั้งอยู่ในเขตของชุมชนบ้านม่วงทะเล มีกิจกรรมให้ได้เรียนรู้วิถีชุมชนเช่น การนั่งเรือเก็บดอกบัว อีกทั้งยังมีที่พักแบบโฮมสเตย์ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

[1137/0][2020-07-13]

สวนเจริญรัตน์ อำเภอห้วยราช สวนเจริญรัตน์ อำเภอห้วยราช ตั้งอยู่ใน ต.สามแวง อำเภอ ห้วยราช บุรีรัมย์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเรื่องการเพาะปลูกอินทผลัม เหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝากกลับบ้าน หากใครมาที่อำเภอห้วยราชแห่งนี้แล้วต้องการกินอินทผลัมละก็อย่าลืมซื้อไปด้วยละ

[960/0][2020-04-28]

พิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุ อำเภอหนองหงส์ พิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุ อำเภอหนองหงส์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงโบราณสถานเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์และสิ่งของโบราณภายในพิพิธภัณฑ์ที่ค้นพบในอำเภอหนองหงส์ เหมาะสำหรับมาทัศนศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดบุรีรัมย์

[893/0][2020-04-28]

หาดปราสาททอง หนองกี่ หาดปราสาททอง หนองกี่  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดบุรีรัมย์ตั้งอยู่ที่ อ่างเก็บน้ำทุ่งกระเต็น ต.เย้ยเย้ยปราสาท อ.หนองกี่ ซึ่งเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 59 ที่ผ่านมา

[856/0][2020-04-28]

ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอสตึก ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอสตึก ตั้งอยู่ใน ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นศูนย์วัฒนธรรมและแหล่งการเรียนนรู้ของอำเภอสตึก อยู่ใกล้กับโรงเรียนสตึก

[751/0][2020-04-27]

ปราสาทห้วยแคน ปราสาทห้วยแคน ตั้งอยู่ใน ตำบล ผไทรินทร์ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นโบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่นึงของอำเภอลำปลายมาศ

[664/0][2020-04-27]

วัดโคกตาพรม อำเภอละหานทราย วัดโคกตาพรม ตั้งอยู่ใน ตำบล ตาจง อำเภอ ละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ใกล้กับ โรงเรียนบ้านโคกตาพรม    

[784/0][2020-04-27]

กุมภลักษณ์หินหลุมโบราณ 150 ล้านปี หินหลุมหรือกุมภลักษณ์ (หลุมลักษณะเหมือนหม้อ) เป็นแหล่งหินหลุมที่เกิดตามธรรมชาติมีลักษณะเป็นหลุม ณ จุดๆ เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พบไม่น้อยกว่า  16 หลุม มีหลายขนาดตั้งแต่กว้างปากหลุม  40 เซนติเมตร – 3 เมตร ความลึกตั้งแต่  25 เมตร –  40 เมตร  โดยค้นพบจากชาวบ้านที่บ้านโคกใหม่ประมาณปี พ.ศ. 2502 สถานที่ตั้ง ตั้งอยู่บนลานหินทรายทิศตะวันออกเฉียงใต้ บ้านสันติสุข ตำบลสำโรงใหม่ อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์  ประมาณ 1 ก.ม.

[1154/0][2020-04-17]

วัดเกาะแก้ว พลับพลาชัย วัดเกาะแก้ว เป็นวัดตั้งอยู่ในหมู่ 11, ตำบลสะเดา อำเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ติดกับคลองตะแบก เป็นวัดที่อยู่ห่างไกลจากพื้นที่ชุมชน เหมาะสำหรับมาปฎิบัติธรรม หรือจัดพิธีกรรมทางศาสนาเมื่อจำเป็น

[754/0][2020-04-17]

วัดกระดึงทอง บ้านด่าน วัดกระดึงทอง ตั้งอยู่ใน 1 วัดกระดึงทอง ตำบล บ้านด่าน อำเภอ บ้านด่าน บุรีรัมย์ มี หลวงปู่เหลือง ฉนฺทาคโม หรือ พระราชปัญญาวิสารัท เป็นเจ้าอาวาสวัดกระดึงทอง ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ และเป็นเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ 

[480/0][2020-04-14]

อุทยานไม้ดอก เพ ลา เพลิน อุทยานไม้ดอก เพ ลา เพลิน ตั้งอยู่ใน 252 หมู่7 ตำบล คูเมือง อำเภอ คูเมือง บุรีรัมย์ พื้นที่ภายในถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ เพ ลา เพลิน บูติครีสอร์ท และ อุทยานไม้ดอกเพ ลา เพลิน บริเวณหน้าทางเข้าด้านหน้าเป็นส่วนของโซนต้อนรับจะมีพื้นที่ขายบัตรเข้าชมอุทยานไม้ดอก ซึ่งจะมีรถรางนำเข้าไปในพื้นที่ในส่วนของอุทยานดอกไม้ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังจากนั้นเดินชมไปยังโรงเรือนต่างๆซึ่งเชื่อมต่อกัน โดยอุทยานไม้ดอก เพ ลา เพลินขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของดอกไม้นานาชนิด เป็นอีกหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อยอดนิยมของอำเภอคูเมืองแห่งนี้เลยทีเดียว

[721/0][2020-04-14]

วัดดงบัง วัดดงบัง เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดปราจีนบุรี มีประวัติเริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ.2350 นับเวลาร่วม 200 ปี พระอุโบสถหลังเก่าตั้งแต่เริ่มสร้างวัดยังคงอนุรักษ์ไว้ให้ชนรุ่นหลังได้เห็น พระประธานในอุโบสถหลังเก่าเป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนปลายปรางสมาธิ ยังคงความงดงามสมบูรณ์เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านดงบังและละแวกใกล้เคียง

[734/0][2020-04-14]

งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง มีพิธีเปิดงาน ในวันที่ 31 มีนาคม 2560 โดยจัดพิธีบวงสรวงพนมรุ้ง การจัดขบวนแห่ ประกอบด้วย ขบวนพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี ขบวนเทพพาหนะ จาก 6 อำเภอ เพื่อถวายเป็นเทวาสักการะแด่เทพผู้พิทักษ์ทิศทั้ง 10 แห่งจักรวาลได้แก่หงส์ ช้าง โค ระมาด คชสีห์ นกยูง นาค ม้า รากษส กระบือ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงแสง สี เสียง สุดตระการตา และจัดตลาดอารยธรรมวนัมรุง และการแสดงผลิตภัณฑ์ OTOP ให้ได้ชมและเลือกซื้อตลอดทั้ง 3 วัน

[428/0][2017-03-29]

ที่พัก บุรีรัมย์ ราคาถูก 1. ทัศนีย์ รีสอร์ท (Tassanee Resort) รีสอร์ทสำหรับวันพักผ่อนด้วยการตกแต่งในโทนสีสบายๆ ใกล้ชิดธรรมชาติ ราคาสบายกระเป๋าแต่พร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ราคา 480 บาท   2. บุรีรัมย์ สิริ รีสอร์ท (Buriram Siri Resort) โรงแรมหรูแนวโมเดิร์น ทรอปิคอล สไตล์รีสอร์ท ห้องพักทุกห้อง เป็นแบบห้องพักหลังเดี่ยวไม่ติดกัน บางหลังสามารถนำรถเข้าไปจอดติดห้องพักได้และยังมีห้องพักพิเศษขนาดครอบครัวแบบสองห้องนอนบนบ้านหลังเดียวกันให้เลือกสำหรับการพักผ่อนที่แสนอบอุ่น ราคา 600-700 บาท   3. ธัญรัศม์ รีสอร์ท (Tanyarat Resort) โรงแรมราคาประหยัดที่เพรียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพัก ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ เฟอร์นิเจอร์ ตู้เย็น เคเบิ้ลทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น กาเฟ น้ำดื่ม สบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัว ราคา 650-800 บาท   4. เดอะ ปาร์ค นางรอง (The Park Nangrong) รีสอร์ท หรู ระดับ 3 ดาว ท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่นและเงียบสงบ อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น ปราสามเขาพนมรุ้ง ฯลฯ พร้อมให้บริการห้องพัก 24 ห้อง ตกแต่งสวยงาม สะอาด สไตล์ ธรรมชาติ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ราคา 720-900 บาท   5. โรงแรมเทพนคร (Thepnakorn Hotel Buri Ram) โรงแรมอันดับหนึ่งและใหญ่ที่สุดในจังหวัดบุรีรัรมย์ มีห้องประชุมทั้งหมด 15 ห้องสัมมนา ห้องพักตกแต่งอย่างหรูหราและกว้างขวาง ราคา 950-3,800 บาท   6. พนมรุ้งปุรี (Phanomrungpuri) โรงแรมที่รายล้อมไปด้วยปราสาทหิน ธรรมศาลาและอโรคยาศาลาต่างๆ อาทิเช่น ปราสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทหินเมืองต่ำ ห้องพักตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ลงตัว ราคา 1,300-4,850 บาท   7. โรงแรมธาดา ชาโตว์ (Thada Chateau Hotel) โรงแรมธาดา ชาโตว์ เป็นตัวเลือกที่พักที่ดีของบุรีรัมย์ ด้วยบริการที่เหนือกว่าและหลากหลาย ที่ตั้งที่สะดวกสบายทำให้ง่ายต่อหารเดินทาง ราคา 1,650-3,800 บาท   8. โรงแรมเอกลดา (Akelada Hotel)  โรงแรมเอกลดาให้บริการความสะดวกสบายเต็มรูปแบบกับห้องพักหลากหลายสไตล์ที่ทันสมัยและหรูหรา ไม่ซ้ำใคร  ราคา 1,200-4,000    9. อมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (Akelada Hotel) โรงแรมที่ให้บริการที่พักที่มีความสะดวกสบายที่ทันสมัยด้วย โดยมีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของนักฟุตบอลเป็นแรงบันดาลใจการตกแต่ง นอกจากนี้โรงแรมยังตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับปราสาทเมืองต่ำ และอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งอีกต้วย ราคา 1,732-2,308 บาท

[1093/0][2015-07-01]

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ปราสาทหินพนมรุ้ง (Phanom Rung Historical Park) เป็นเทวสถานขอมโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเล คำว่า พนมรุ้ง ในภาษาเขมรหมายถึง ภูเขาอันกว้างใหญ่ สถานที่แห่งนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่ชัยภูมิที่ตั้ง แต่ยังเป็นที่สุดแห่งงานวิศวกรรมที่คืนชีพขึ้นมาด้วยกระบวนการ  อนาสติโลซิส หรือเทคนิคการบูรณะที่รื้อชิ้นส่วนหินเดิมที่พังทลายลงมาทั้งหมด นำไปทำรหัสและเสริมความแข็งแรงก่อนจะวางกลับคืนตำแหน่งเดิมอย่างแม่นยำ ทำให้พนมรุ้งมีความสมบูรณ์เชิงสถาปัตยกรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราวกับเนรมิตเทวาลัยแห่งพระศิวะให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หัวใจสำคัญที่เปรียบเสมือนอัญมณีของปราสาทคือ ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ประติมากรรมหินทรายสีชมพูที่แกะสลักอย่างละเอียดอ่อนช้อยที่สุด ซึ่งนอกจากความงามแล้วยังมีตำนานการทวงคืนที่ยิ่งใหญ่จากสหรัฐอเมริกากลับสู่มาตุภูมิในปี พ.ศ. 2531 กลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่คนไทยภาคภูมิใจที่สุด ความขลังของสถานที่แห่งนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงตำนานพื้นบ้านและสื่อสมัยใหม่ โดยเฉพาะ ละครเรื่องนาคี ที่ใช้ที่นี่เป็นฉากหลังสำคัญในเรื่องราวของ อีคำแก้ว หญิงสาวผู้มีร่างจำแลงเป็นพญานาค สะท้อนถึงความเชื่อเรื่องมนุษย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผูกพันอยู่กับปราสาทแห่งนี้มาอย่างยาวนาน เมื่อย่างก้าวเข้าสู่เขตปราสาท ความอลังการจะเริ่มจาก สะพานนาคราช สะพานหินรูปกากบาทที่มีพญานาค 5 เศียรชูคออย่างสง่างาม ทำหน้าที่เป็นทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์สู่สรวงสวรรค์ตามคติจักรวาลวิทยา นำไปสู่ความมหัศจรรย์ของ ปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ส่องทะลุ 15 ช่องประตู ซึ่งช่างโบราณได้คำนวณตำแหน่งอาคารให้แสงอาทิตย์สาดส่องเป็นเส้นตรงผ่านช่องประตูปราสาททั้ง 15 ช่องอย่างน่าอัศจรรย์เพียงปีละ 4 ครั้งเท่านั้น ถือเป็นภูมิปัญญาทางดาราศาสตร์ที่แม่นยำเหนือกาลเวลา ความศรัทธาทั้งหมดนี้ยังถูกสืบทอดผ่าน การรำบวงสรวง (รำพนมรุ้ง) ในงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ซึ่งเป็นการร่ายรำที่ถอดแบบท่ารำมาจากภาพจำหลักนางอัปสราบนผนังปราสาท ผสมผสานกับจิตวิญญาณแห่งความเชื่อเรื่องพญานาคที่ปกปักรักษาเทวสถานแห่งนี้ นอกจากนี้ ตลอดสองข้างทางเดินสู่ปราสาทประธานยังรายล้อมด้วย เสานางเรียง ที่ทอดตัวยาวประดุจขบวนรับเสด็จ นำพาผู้มาเยือนเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งอดีตที่ความเชื่อเรื่องเทพเจ้าและพญานาคยังคงทรงพลัง ภายในตัวปราสาทเองยังมี โคนนทิ พาหนะของพระศิวะที่เฝ้าคอยปกปักรักษาเทวาลัยแห่งนี้ สะท้อนถึงศรัทธาอันมั่นคงที่ไม่เคยเสื่อมคลายตามกาลเวลา การได้มาเยือนพนมรุ้งจึงไม่ใช่แค่การมาดูโบราณสถาน แต่คือการก้าวเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการที่เรื่องราวของ อีคำแก้ว และมนตราแห่งขอมโบราณหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์ ท่ามกลางหมู่เมฆบนยอดเขาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นไฟไหลหลาก แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นความเงียบสงบที่ชวนให้ผู้คนค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้หินทรายสีชมพูทุกก้อนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

[6722/28][2015-05-29]

ปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทเมืองต่ำ (Muang Tam Sanctuary) คือภาพสะท้อนความสำเร็จอันสูงสุดของการบูรณะโบราณสถานในประเทศไทยด้วยเทคนิค อนาสติโลซิส (Anastylosis) หรือการนำชิ้นส่วนดั้งเดิมที่พังทลายลงมา กลับไปวางในตำแหน่งเดิมตามหลักวิศวกรรมและประวัติศาสตร์ศิลปะอย่างแม่นยำ สิ่งที่คุณเห็นว่าตัวปราสาทอิฐทั้ง 5 หลัง และแนวกำแพงหินทรายดูสมมาตรและแข็งแรงนั้น เกิดจากการขุดแต่งและเสริมความมั่นคงจากฐานราก ก่อนจะเรียงร้อยก้อนหินและอิฐกลับคืนไปใหม่ทีละชิ้น ทำให้เราเห็น "ระเบียบวิธี" ของช่างขอมโบราณในศตวรรษที่ 16 (พุทธศตวรรษ) ได้อย่างชัดเจนที่สุด ราวกับว่าปราสาทเพิ่งถูกสร้างเสร็จใหม่ๆ แต่ยังคงไว้ซึ่งร่องรอยแห่งกาลเวลาที่ทรงคุณค่า ความว้าวที่เป็นที่สุดของที่นี่คือ กลุ่มทับหลังหินทราย ที่ยังคงติดอยู่ตามกรอบประตูของปราสาทประธานและปราสาทบริวาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ศิลปะขอมแบบบาปวน ที่ขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดอ่อนและอ่อนช้อย ลวดลายจำหลักรูป หน้ากาล ที่คายท่อนพวงมาลัยออกมานั้นมีความคมชัดมิติลึกหนาบางอย่างน่าอัศจรรย์ โดยเฉพาะทับหลังรูปพระวรุณทรงหงส์ หรือรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณที่ดูมีชีวิตชีวา ลายก้านขดและพันธุ์พฤกษาที่ล้อมรอบองค์เทพนั้นสะท้อนให้เห็นว่าช่างสมัยนั้นมีทักษะในการใช้เครื่องมือสกัดหินที่ประณีตระดับ "Masterpiece" ซึ่งยากจะหาปราสาทอื่นใดมาเทียบเคียงในแง่ของความสมบูรณ์ของเนื้อหิน นอกจากตัวอาคารปราสาทแล้ว ผังของปราสาทเมืองต่ำยังแสดงถึงการจำลองจักรวาลวิทยาที่สมบูรณ์แบบที่สุด ด้วยสระน้ำรูปหักมุมฉากทั้ง 4 ด้าน (บารายขนาดเล็กภายในกำแพงแก้ว) ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากในผังปราสาทอื่น จุดเด่นอยู่ที่ขอบสระหินทรายซึ่งมีรูปพญานาค 5 เศียรชูคออยู่ทุกมุม โดยเป็นนาคแบบหัวโล้น (ไม่มีรัศมี) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะบาปวนตอนต้น บรรยากาศของน้ำที่โอบล้อมหินทรายสีนวลตัดกับท้องฟ้า ทำให้ที่นี่เป็นบทเรียนที่มีชีวิตสำหรับนักท่องเที่ยวและนักประวัติศาสตร์ศิลปะ ให้ได้เห็นว่าการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และความศรัทธาสามารถสร้างพลังงานที่ว้าวได้ขนาดไหน การมาเดินชมที่นี่จึงไม่ใช่แค่การเดินดูซากอิฐ แต่คือการอ่าน ลายแทงทางประวัติศาสตร์ที่ถูกประกอบขึ้นใหม่ด้วยความรู้และความประณีต ทุกย่างก้าวบนพื้นหินทรายและเสียงลมที่พัดผ่านร่องหน้าต่างหิน จะทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมปราสาทเมืองต่ำถึงถูกยกให้เป็นสถานที่ที่ "ต้องมา" หากต้องการเห็นความงามที่แท้จริงของอารยธรรมขอมในไทย ความรู้สึกตอนที่ยืนอยู่ตรงกลางพิกัดที่ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างสมมาตรคือความตื่นตาตื่นใจที่เด็กท่องเที่ยวอย่างเราจะรู้ดีว่า "นี่แหละคือสุดยอดงานบูรณะที่คืนวิญญาณให้หินอย่างแท้จริง"

[5026/0][2015-05-29]

ปราสาทบ้านบุ ปราสาทบ้านบุ (Prasat Ban Bu) เป็นโบราณสถานขนาดเล็กแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งทางประวัติศาสตร์ โดยมีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า ธรรมศาลาหรือบ้านพักคนเดินทาง ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม ประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 ตามจารึกที่ปราสาทพระขรรค์ได้ระบุว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างบ้านมีไฟ (ธรรมศาลา) ขึ้นตามเส้นทางจากเมืองพระนคร ไปยังที่ต่างๆ โดยปราสาทบ้านบุถือเป็นหนึ่งในธรรมศาลา 17 แห่งที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายสำคัญที่เชื่อมระหว่างเมืองพระนครสู่เมืองวิมายะ (ปราสาทหินพิมาย) ซึ่งเรียกกันว่า เส้นทางสายราชมรรคา สถาปัตยกรรมของปราสาทบ้านบุมีความโดดเด่นและแตกต่างจากปราสาทหินทั่วไป โดยตัวอาคารมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวยาว ก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย แผนผังของอาคารมีประตูทางเข้าด้านเดียวคือทิศตะวันออก ส่วนผนังด้านทิศใต้มีการเจาะช่องหน้าต่างเรียงรายกันเป็นแถว ในขณะที่ผนังด้านทิศเหนือจะปิดทึบทั้งหมด อันเป็นลักษณะเฉพาะของธรรมศาลาในศิลปะแบบบายน จุดที่น่าสนใจที่สุดคือส่วนของหลังคาที่มีการทำเป็นทรงประทุนเรือหรือรูปสันหลังเต๋า ซึ่งปัจจุบันยังคงหลงเหลือเค้าโครงให้เห็นชัดเจนมากกว่าธรรมศาลาแห่งอื่นๆ ในเขตจังหวัดบุรีรัมย์ ภายในปราสาทบ้านบุ แม้จะไม่มีลวดลายแกะสลักที่วิจิตรบรรจงเหมือนปราสาทพนมรุ้ง แต่โครงสร้างที่เรียบง่ายและแข็งแรงกลับสะท้อนถึงวัตถุประสงค์การใช้งานในฐานะ "ที่พักแรม" สำหรับผู้เดินทางหรือนักแสวงบุญในอดีต รวมถึงอาจใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขนาดเล็กระหว่างการเดินทางด้วย ความแปลกตาของที่นี่คือการตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของ โรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ ทำให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตสำหรับเยาวชนและนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสร่องรอยของอารยธรรมขอมในมุมที่แตกต่างจากการไปชมปราสาทขนาดใหญ่ การมาเยือนปราสาทบ้านบุจึงเปรียบเสมือนการเดินตามรอยเส้นทางสายราชมรรคาในอดีต เพื่อทำความเข้าใจถึงระบบคมนาคมและการดูแลไพร่ฟ้าหน้าใสของกษัตริย์ขอมโบราณ แม้ที่นี่จะเป็นเพียงอาคารหลังเดี่ยว แต่เรื่องราวที่ซ่อนอยู่หลังก้อนศิลาแลงแต่ละก้อนนั้นสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรที่เคยครอบคลุมพื้นที่แถบนี้ไว้อย่างเหนียวแน่น เป็นจุดแวะพักที่มอบความสงบและให้ความรู้เชิงประวัติศาสตร์ได้อย่างลึกซึ้งก่อนจะเดินทางต่อไปยังปราสาทหินพนมรุ้งซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

[5182/4][2015-05-29]

แหล่งหินตัดโบราณบ้านกรวด แหล่งหินตัดโบราณบ้านกรวด (Ancient Stone Quarry, Ban Gruat) ที่อำเภอบ้านกรวด เปรียบเสมือน จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ที่ทำให้ภาพรวมของการสร้างปราสาทหินในอาณาจักรขอมสมบูรณ์ขึ้น บนเทือกเขาพนมดงรักแห่งนี้คือแหล่งหินทรายคุณภาพสูง โดยเฉพาะ หินทรายสีชมพู และสีเหลืองนวล ซึ่งเป็นวัสดุหลักในการสร้างปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ ความว้าวของที่นี่คือร่องรอยการตัดหินที่กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณลานหินกว้าง เราจะเห็นหลุมลึกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ที่ถูกสกัดแยกออกจากกันเป็นก้อนๆ บางก้อนยังติดคาอยู่ที่ฐานหินเดิม แสดงให้เห็นว่ากระบวนการสกัดหินถูกหยุดลงอย่างกะทันหันด้วยเหตุผลบางอย่างในอดีต ในแง่ของเทคนิคทางวิศวกรรม แหล่งหินตัดแห่งนี้สอนให้เราเห็นถึงความฉลาดของคนโบราณ พวกเขาจะเลือกชั้นหินที่มีคุณภาพดีที่สุด จากนั้นสกัดร่องเป็นแนวลึกรอบก้อนหินที่ต้องการ ก่อนจะใช้ "ลิ่มไม้" ตอกลงไปในรูที่เจาะไว้แล้วราดน้ำให้ไม้ขยายตัวจนแรงดันมหาศาลทำให้หินแตกแยกออกจากกันเป็นก้อนสี่เหลี่ยมตามขนาดที่ต้องการ การได้มายืนอยู่ท่ามกลางรอยตัดหินเหล่านี้จะทำให้คุณทึ่งในความพยายาม เพราะหินแต่ละก้อนมีน้ำหนักหลายตัน และต้องถูกขนย้ายจากยอดเขาลงไปยังพื้นที่ราบเบื้องล่างเพื่อประกอบเป็นปราสาทที่สวยงาม สำหรับคนเรียนท่องเที่ยว การเดินชมแหล่งหินตัดคือการสัมผัสกับบรรยากาศที่ดิบและจริงที่สุด คุณจะเห็นรอยสกัดจากสิ่วและเครื่องมือโลหะที่ทิ้งร่องรอยไว้บนพื้นหินอย่างชัดเจน พื้นที่นี้ไม่ได้มีแค่ก้อนหิน แต่เป็นบทเรียนเรื่องการบริหารจัดการแรงงานและการขนส่งในสมัยโบราณ เพราะจากจุดนี้ไปยังปราสาทพนมรุ้งมีระยะทางไกลและต้องผ่านอุปสรรคทางธรรมชาติมากมาย การมาเยือนที่นี่จึงเป็นการให้เกียรติแก่ "ช่างนิรนาม" ผู้อยู่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมขอม บรรยากาศโดยรอบแหล่งหินตัดมีความร่มรื่นของป่าไม้และโขดหินรูปทรงแปลกตา บางจุดมีลักษณะเหมือนกล่องไฟขนาดใหญ่จนเป็นที่มาของชื่อ "เขากล่องไฟ" การเดินป่าสั้นๆ เพื่อเข้าไปชมแหล่งหินตัดจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นนักสำรวจที่ค้นพบขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ เป็นสถานที่ที่มอบความเงียบสงบและชวนให้จินตนาการถึงเสียงสกัดหินที่ดังกึกก้องไปทั่วขุนเขาเมื่อพันปีก่อนได้อย่างน่าอัศจรรย์

[4423/6][2015-05-29]