เทอร์มินอล21 โคราช เทอร์มินอล21 โคราช (Terminal 21 Korat) ศูนย์การค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา บริหารงานโดย สยามรีเทล ดีเวลอปเมนท์ โดยพัฒนาในแนวคิด "จุดหมายปลายทางแห่งการชอปปิง (World Market Street)" แบบเดียวกับเทอร์มินอล 21 สาขาแรก เปิดให้บริการในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ศูนย์การค้าสูง 7 ชั้น มีชั้นใต้ดิน 1 ชั้น หอคอยความสูง 110 เมตร อาคารจอดรถสูง 9 ชั้น มีชั้นใต้ดิน 2 ชั้น รองรับรถยนต์ได้ 2,500 คัน และมีอาคารจอดรถใหม่ด้านหลังศูนย์การค้า ความสูง 8 ชั้น รองรับรถยนต์ได้ 300 คัน (เปิดให้บริการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2560) และโรงแรมเซ็นเตอร์พอยท์ แอท เทอร์มินอล 21 โคราช สูง 18 ชั้น / ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 240,000 ตารางเมตร บนพื้นที่ 32 ไร่ ประกอบไปด้วยร้านค้าและผู้เช่าต่าง ๆ กว่า 400 ร้านค้า

[57/0][2024-02-14]

ร้านอาหารเรือนมณี อาหารไทย 4 ภาค ร้านอาหารเรือนมณี อาหารไทย 4 ภาค ร้านอาหารอร่อย ที่จัดว่าเป็นของดีประจำโคราช ขึ้นชื่ออาหารที่รวบรวมมาทั้ง 4 ภาค ให้นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นต้องเข้ามาลองชิมกัน เป็นอาหารไทยที่ควรค่าแก่การลิ้มลอง ที่คัดสรรวัตถุดิบแต่ละภาคไว้ เพื่อผู้ที่ชื่นชอบอาหารไทย อาหารอร่อยราคาอยู่ระดับที่เหมาะสม และการจัดโซนทางร้าน มีทั้งแบบโซนแอร์และโซนส่วนตัว สามารถสำรองที่นั่งกันได้ล่วงหน้า

[514/0][2023-07-04]

ลาบสมพิศ ลาบสมพิศ ร้านตำนานร้านเด็ดโคราช ย่านตรอกจันทร์ ที่คนแน่นตลอด จนต้องยืนรอคิวกันหน้าร้าน อยู่ทำเลเดิมมาได้ 50 ปี โดยมีอาหารอิสานเป็นหลัก เด็ดๆก็ต้องเป็นจำพวกลาบ ก้อย น้ำตก รสชาติอย่างต้นตํารับ  ที่ว่าเน้นแซ่บๆของคุณยายสมพิศที่อยู่มาอย่างยาวนาน มีคำแนะนำว่าให้ไปแต่เนิ่นๆ ถ้าอยากกินของอร่อยๆ เด็ดๆ ตามรีวิวที่บอกว่าอร่อยทุดเมนู

[607/0][2023-07-03]

ร้าน ครัวกำปั่น ร้านครัวกำปั่น ตั้งอยู่หน้ารีสอร์ทอัตตาข้างๆมีร้านนวดแผนไทยอยู่ด้วย มีที่จอดรถสะดวก เป็นร้านดังที่เขาใหญ่ ไม่ได้มีดีแค่อาหารอร่อยที่มีเมนูหลากหลายแต่บรรยากาศก็ดีมากโดยที่ตัวร้านเป็นรูปแบบทรงเรือนไทยหลังใหญ่ ๆ ปลอดโปร่ง โล่ง สบาย รับลมเย็น ๆ เดิมทีร้านนี้เริ่มต้นด้วยข้าวแกงร้านเล็กๆ แต่ด้วยเสียงตอบรับจากลูกค้าที่มากมาย ทำให้ขยับขยายกันมาเรื่อยๆจนกลายเป็น อาณาจักรครัวกำปั่นเขาใหญ่ และเป็นหนึ่งในร้านที่ได้ Bib Gourmand กับ 'ร้านอาหารอร่อยคุ้มค่าในราคาย่อมเยา'จาก Michelin Guide ประจำปี 2023 ร้านนี้เน้นอาหารไทยแท้และอาหารอีสาน รสชาติจัดจ้าน ทางร้านเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ในราคาที่สมเหตุสมผล

[513/0][2023-07-03]

บ้านเกื้อ Baan Kuer ร้านอาหารบ้านเกื้อ มีอาหารที่หลากหลายสไตล์ ทั้งไทย อิตาเลียน และมีดนตรีสดในร้านให้นั่งฟังกันชิวๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารจะไม่สด เพราะทางร้านมีคอนเซ็ปที่ว่า "ไม่สด ไม่ขาย" อาหารแม่น้ำ อาหารทะเล ล้วนแล้วแต่คัดสรรและคัดไซส์มาอย่างดี 

[495/0][2023-07-03]

มิดวินเทอร์ กรีน เขาใหญ่ Midwinter Green (มิดวินเทอร์กรีน) ตั้งอยู่ภายในสถาปัตยกรรมที่สวยงามเป็นปราสาทสีขาว สไตล์ยุโรปท่ามกลางธรรมชาติแบบ360องศา และอยู่ใจกลางอากาศที่เป็นโอโซนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งบนเขาใหญ่ กับอาหารอร่อยๆที่ปรุงด้วยวัตถุดิบสดใหม่ส่งตรงจากฟาร์ม กับผักออแกนิคปลูกเองด้วยจากทางร้าน มีเมนูอาหารตะวันตกและอาหารไทย ให้เลือกสรรค์ และช่วงค่ำๆก็มีดนตรีสดให้ฟัง รวมไว้หลายยุคที่เข้าถึงทุกกลุ่มวัย และสุดท้ายการันตีร้านจากที่ได้รับรางวัล ‘Michelin Guide’ ประจำปี 2023 กับคอนเซป ‘Farm to Table’

[589/0][2023-07-03]

Jade Cuisine นครราชสีมา Jade Cuisine ร้านอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น ใจกลางเมืองโคราช โดยที่ตั้งร้านนี้อยู่ติดกับถนนพลแสน ตรงข้ามกับโรงเรียนสุนารีวิทยา มีรสชาติอาหารจัดจ้านถูกปากคนไทยแบบแน่นอน บรรยากาศภายในร้านเป็นแบบชิลล์ๆ มีสไตล์ฮิปๆแบบเฉพาะตัวจากการตกแต่งร้านที่เป็นโทนสีเข้ม-สีดำ แบบโมเดิร์นผสมลอฟท์ นอกจากอาหารอร่อย ร้านสะอาดสะอ้าน สายถ่ายรูปต้องลองแวะมาทานอาหารกันที่นี่แล้วหามุมถ่ายภาพไปถูกใจแน่นอน ในส่วนของราคาอยู่ในระดับมาตรฐาน ไม่แพงมากไปอยู่ในราคาที่เหมาะสม

[497/0][2023-07-03]

ร้านอาหารบ้านไร่ปลายเนิน ร้านอาหารบ้านไร่ปลายเนิน ตั้งอยู่บนเขายายเที่ยงเหนือ ใกล้กับเนินเขายายเที่ยง เนื่องจากสภาพแวดล้อมแบบภูเขาทำให้มีบรรยากาศที่ร่มรื่นเย็นสบาย ได้ภาพสบายตากับทุ่งหญ้าเขียวขจี ร้านจะเปิดแบบ Open Air ซึ่งมีอยู่สองโซน เป็นโซนด้านใน เหมาะกับช่วงกลางวันแดดร้อนๆ เพราะมีหลังคาคุ้มไว้และโซนด้านนอกให้บรรยากาศช่วงเย็นๆน่าจะดี เพราะเป็นระเบียงเปิดโล่งกว้างทำให้เห็นทิวทัศน์รอบข้าง และกังหันลมที่เขายายเที่ยงได้  

[516/0][2023-07-03]

ยุ้งข้าว เขาใหญ่ ยุ้งข้าว เขาใหญ่ ร้านอาหารไทย ที่ให้บริการอาหารไทยและเครื่องดื่ม ปรุงจากใจใหม่ทุกจาน คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีมารังสรรค์ให้ลูกค้า สามารถการันตีจากที่ร้านได้รับรางวัล Wongnai Users’ Choice 2019, Michelin guide 2023 และเป็น 1 ใน 14 ร้านของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ได้รางวัล Thai Select Classic ทางร้านมีโซน Indoor / Outdoor และให้น้องหมะหมาสามารถมาที่ร้านได้ด้วย เมนูของร้านเป็นอาหารไทยและอาหารใต้ รสชาติจัดจ้านเเข้มข้นใช้ได้กันเลยทีเดียว

[571/0][2023-07-03]

ร้านอาหารบ้านแป้งหอม ร้านอาหาร บ้านแป้งหอม เป็นร้านอาหารไทยตำรับคุณแม่ที่ทำอาหารได้รสชาติอร่อยจัดจ้านและให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านตัวเอง โดยที่ตั้งร้านอยู่ติดกับถนนมิตรภาพ ป้ายร้านใหญ่เห็นชัดเจน มีที่จอดรถพอประมาณ และร้านนี้ก็เปิดมาแล้วกว่า 20 ปี ใช้เครื่องปรุงสดใหม่ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี มีบริการเป็นกันเอง อร่อยคุ้มค่าในราคาย่อมเยา และยิ่งกว่านั้นใน Michelin Guide Thailand ปี 2023 ร้านบ้านแป้งหอมก็ได้รับรางวัล Bib Gourmand กับ 'ร้านอาหารอร่อยราคาเข้าถึงได้' โดยอาหารามื้อหนึ่งไม่เกินราคา 1,000 บาท นั่นเอง

[469/0][2023-07-03]

บ้านสวนชิมเส้น ร้านอาหาร บ้านสวน ชิมเส้น เป็นร้านอาหารไทย-อิสาน ตกแต่งสไตล์สวนไม้ที่มีต้นไม้น้อยใหญ่ให้บรรยากาศที่ร่มรื่นแบบธรรมชาติและมีบ่อปลาล้อมรอบ ทางร้านจัดเป็นโซน Indoor และ Outdoor รวมถึงมีส่วนของร้านอาหารและคาเฟ่ ผัดของทางร้านก็ปลูกเอง ปลอดสารแน่นอน ส่วนปลาก็หาตักมาจากในบ่อที่เลี้ยงเองอีกต่างหาก ทำให้รู้ว่าอาหารของทางร้านสดแน่นอน

[553/0][2023-07-03]

โชคชัยสเต็คเฮ้าส์ สาขาปากช่อง โชคชัยสเต็คเฮ้าส์ สาขาปากช่อง ตั้งอยู่บน ถนนมิตรภาพ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 โดยสร้างขึ้นบริเวณหน้าฟาร์มโชคชัย สามารถรับลูกค้าได้เต็มที่สูงสุดถึง 440 ที่นั่ง เมนูหลักๆเป็นสเต็ก ของทานเล่น อาหารจานเดียว นอกจากนี้นังมีโซนที่ขายแต่เบอร์เกอร์ด้วย ปัจจุบัน ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และยังบริการ "จอด สั่ง จ่าย ห่อกลับ" เปิดในรูปแบบ Drive-Thru ตอบรับสถานการณ์ปัจจุบัน สั่งอาหารได้โดยไม่ต้องลงจากรถ 

[845/0][2022-01-03]

ศาลปู่ตา และสะพานทุ่งดอกบัว ศาลปู่ตา และสะพานทุ่งดอกบัว (San Pu Ta Shrine and Lotus Field Bridge) ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจและความศรัทธาของชาวบ้านในพื้นที่ บ้านปราสาทใต้อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ที่นี่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะสถานที่ซึ่งผสานความเชื่อท้องถิ่นโบราณเข้ากับทัศนียภาพทางธรรมชาติที่งดงาม ความเชื่อและความศักดิ์สิทธิ์ของศาลปู่ตา ศาลปู่ตา ตั้งอยู่ภายใต้ร่มเงาของ ต้นมะขามขนาดใหญ่ ที่ได้รับการสันนิษฐานว่ามีอายุหลายร้อยปี (บางแหล่งระบุว่ามีอายุมากกว่า 300 ปี) ต้นมะขามนี้มีขนาดใหญ่โตมากจนต้องใช้คนหลายคนโอบ เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงและเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็น ปู่ตา ผู้คอยดูแลปกปักรักษาชุมชนมาอย่างยาวนาน ชาวบ้านถือว่าปู่ตาเป็นดวงวิญญาณบรรพบุรุษที่ศักดิ์สิทธิ์และมีอิทธิฤทธิ์ จึงมีการประกอบพิธีบวงสรวงอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนเมษายน เพื่อเป็นการขอขมาและขอพรให้หมู่บ้านปราศจากภัยพิบัติ มีความอุดมสมบูรณ์ และชีวิตความเป็นอยู่เป็นสุข โดยเฉพาะเรื่องของน้ำและผลผลิตทางการเกษตร ผู้ที่มาสักการะมักจะนำเครื่องเซ่นไหว้ตามประเพณีมาถวาย เพื่อขอพรในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องการทำมาค้าขาย หน้าที่การงาน หรือแม้แต่การเสี่ยงโชคลาภ ก่อนเดินทางกลับ ชาวบ้านจะนิยม ลูบคลำที่ลำต้นมะขาม โดยเชื่อว่าจะได้รับพลังและสิริมงคลจากปู่ตากลับไป ทัศนียภาพของสะพานทุ่งดอกบัวและอ่างเก็บน้ำธารปราสาท บริเวณใกล้เคียงศาลปู่ตาคือพื้นที่ของ อ่างเก็บน้ำธารปราสาท ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ และเป็นที่ตั้งของ สะพานทุ่งดอกบัว หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า สะพานตะโกนรัก สะพานไม้แห่งนี้ทอดตัวยาวข้ามผืนน้ำ เชื่อมพื้นที่สองฝั่งเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตัวสะพานถูกสร้างขึ้นอย่างเรียบง่ายกลมกลืนกับธรรมชาติ ให้เป็นจุดชมทิวทัศน์และมุมถ่ายภาพที่ได้รับความนิยม สิ่งที่ทำให้สถานที่นี้โดดเด่นคือ ทุ่งดอกบัวหลวง ที่จะพร้อมใจกันเบ่งบานอย่างหนาแน่นเต็มผืนน้ำในช่วงฤดูฝนยาวไปจนถึงช่วงปลายปี (ประมาณเดือนตุลาคมถึงมกราคม) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาเช้าตรู่ที่แสงแดดอ่อนๆ ส่องกระทบกับดอกบัวสีชมพูอ่อนที่บานอยู่เหนือผิวน้ำจะเกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามและโรแมนติกมาก ทำให้สะพานนี้ได้ชื่อว่า "สะพานตะโกนรัก" ซึ่งหมายถึงการได้มาชมวิวทิวทัศน์ที่ทำให้ใจเบิกบานและรู้สึกดี นอกจากความสวยงามแล้ว อ่างเก็บน้ำธารปราสาท ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเป็น หนึ่งในแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 9 แห่ง ทั่วประเทศที่เคยถูกนำน้ำไปใช้ใน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์และความสำคัญทางพิธีกรรมของพื้นที่นี้ ผู้เยี่ยมชมจึงไม่เพียงแค่มาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่ยังได้มาสัมผัสกับรากฐานความเชื่อและประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นอีกด้วย วิถีชีวิตและชุมชน การเยี่ยมชมศาลปู่ตาและสะพานทุ่งดอกบัวยังเป็นการสัมผัสกับ วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านปราสาทใต้ ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำ ผู้คนยังคงพึ่งพิงน้ำและที่ดินในการประกอบอาชีพ การมาเยือนในช่วงเช้าหรือเย็นอาจได้เห็นภาพของชาวบ้านออกมาหาปลา หรือใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ริมน้ำ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากในสังคมเมืองใหญ่

[86/0][2020-04-14]

ปราสาทบ้านถนนหัก ปราสาทบ้านถนนหัก (Prasat Ban Thanon Hak) จัดเป็นศาสนสถานขนาดเล็กในวัฒนธรรมขอมโบราณ สร้างขึ้นด้วยวัสดุหลักคือ ศิลาแลงผสมผสานกับหินทราย ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ทั่วไปในกลุ่มปราสาทที่สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15–16 หรือราวสมัยบาปวนตอนต้น โดยมีอายุร่วมสมัยกับปราสาทอีกหลายแห่งในแถบอีสานใต้ ปราสาทแห่งนี้เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไวษณพนิกาย (Vaishnavism) ซึ่งเป็นลัทธิที่นับถือพระวิษณุ (พระนารายณ์) เป็นเทพเจ้าสูงสุด ผังของปราสาทประกอบด้วย ปรางค์ประธาน ที่ตั้งอยู่ตรงกลางบนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ปรางค์นี้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกตามคติความเชื่อ และมีส่วนประกอบหลักคือห้องครรภคฤหะ (ห้องศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานรูปเคารพ) ตัวปรางค์ประธานล้อมรอบด้วย กำแพงแก้ว หรือแนวกำแพงศิลาแลง และมี โคปุระ (ซุ้มประตูทางเข้า) เพียงสองด้านคือด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเท่านั้น ส่วนอีกสองด้านจะเป็นกำแพงทึบ รูปแบบสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายแต่แข็งแรงนี้บ่งชี้ถึงยุคที่กำลังพัฒนาของอาณาจักรขอมก่อนถึงยุครุ่งเรืองสูงสุด สิ่งที่น่าสนใจคือสภาพปัจจุบันที่เหลือเพียงส่วนฐานรากและแนวกำแพงเท่านั้น เนื่องจากตัวเรือนปราสาทน่าจะพังทลายลงตามกาลเวลาและถูกรื้อถอนไปบางส่วน สิ่งที่ทำให้ปราสาทบ้านถนนหักมีความสำคัญโดดเด่นอย่างยิ่งคือการค้นพบวัตถุโบราณล้ำค่าในช่วงของการขุดแต่งบูรณะ ในปี พ.ศ. 2525 โดยกรมศิลปากร ได้มีการขุดค้นพบ กรุเครื่องประดับทองคำ จำนวนมากและอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อย่างน่าทึ่ง ประกอบด้วยกำไลทองคำ ต่างหูทองคำ สร้อยทองคำ และเครื่องประดับอื่นๆ ที่มีฝีมือประณีตและซับซ้อน การค้นพบกรุทองคำครั้งนี้บ่งชี้ถึงความมั่งคั่งและความสำคัญทางศาสนาของชุมชนในพื้นที่นี้ในอดีต ปัจจุบันโบราณวัตถุล้ำค่าเหล่านี้ได้ถูกนำไปเก็บรักษาและจัดแสดงอยู่ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งโบราณคดีนี้มากนัก ทำให้ปราสาทบ้านถนนหักเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะและเศรษฐกิจของอาณาจักรขอมในบริเวณที่ราบสูงโคราช.

[143/0][2020-04-14]

วัดอรุณพัฒนา วัดอรุณพัฒนา (Wat Arun Phatthana) หรือที่ชาวบ้านรู้จักในชื่อเดิมว่า สำนักสงฆ์บ้านอรุณพัฒนา ตั้งอยู่บนพื้นที่สำคัญของบ้านอรุณพัฒนา หมู่ที่ 11 ตำบลบ้านยาง อำเภอลำทะเมนชัย จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ของวัดมีความกว้างขวางถึง 23 ไร่ 3 งาน ซึ่งนับเป็นขนาดใหญ่สำหรับสำนักสงฆ์ในพื้นที่ชนบท ทำให้มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและแหล่งปฏิบัติธรรมได้อย่างเต็มที่ ประวัติการก่อตั้งของสำนักสงฆ์แห่งนี้เป็นไปตามความต้องการของชาวบ้านในชุมชนที่ต้องการให้มีสถานปฏิบัติธรรมอยู่ใกล้บ้านเพื่อสะดวกในการประกอบพิธีทางศาสนาและเรียนรู้ธรรมะ โดยได้เริ่มก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 และอยู่ภายใต้การปกครองของคณะสงฆ์มหานิกาย แม้จะยังไม่ได้รับสถานะเป็นวัดที่สมบูรณ์ แต่ก็ได้ทำหน้าที่เป็นที่พำนักของพระสงฆ์และเป็นสถานที่รวมตัวทางจิตวิญญาณของคนในท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง บทบาทหลักของวัดอรุณพัฒนาคือการเป็น ศูนย์รวมจิตใจ ของชาวบ้านอรุณพัฒนาและหมู่บ้านใกล้เคียง โดยมีการจัดกิจกรรมทางศาสนาและประเพณีที่สำคัญตลอดทั้งปี เช่น การทำบุญตักบาตรในวันสำคัญทางศาสนา การจัดงานบุญประจำปี การทอดกฐินและผ้าป่า ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความสามัคคีและความเข้มแข็งทางจิตใจให้กับชุมชน นอกจากนี้ วัดยังเปิดเป็นสถานที่สำหรับการปฏิบัติธรรมและเจริญสมาธิภาวนาสำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไปที่ต้องการความสงบและหลีกหนีความวุ่นวายจากภายนอก ในส่วนของอาคารและเสนาสนะนั้น ด้วยความที่วัดยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา จึงอาจยังไม่มีความโอ่อ่าเทียบเท่ากับวัดใหญ่ แต่ก็มีสิ่งปลูกสร้างที่จำเป็นสำหรับการทำวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์และรองรับพุทธศาสนิกชน เช่น ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และพื้นที่สำหรับประกอบพิธี โดยทางวัดและคณะกรรมการวัดยังคงเดินหน้าในการระดมทุนและดำเนินการก่อสร้างเพิ่มเติมเพื่อยกระดับสถานะให้เป็นวัดอย่างสมบูรณ์ในอนาคต ทำให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่สะท้อนถึงศรัทธาและความร่วมมือของชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง

[90/0][2020-04-14]

วัดสระพระ วัดสระพระ (Wat Sa Phra) ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางของอำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา เป็นศาสนสถานเก่าแก่ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตและตำนานของชาวบ้านในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ชื่อของวัดและตำบล 'สระพระ' นั้นมีที่มาจาก สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด ซึ่งเป็นบ่อที่ชาวบ้านเชื่อกันว่ามีประวัติความเป็นมาที่สำคัญ อาจเคยเป็นแหล่งน้ำที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หรือใช้สำหรับพระภิกษุสงฆ์มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ความโดดเด่นของวัดแห่งนี้จึงมิได้อยู่ที่ความหรูหราของสถาปัตยกรรม แต่เป็นความสงบ ร่มเย็น และคุณค่าทางจิตวิญญาณที่สืบทอดกันมา พื้นที่ภายในวัดมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการมาเยือนเพื่อการพักผ่อนทางจิตใจและการปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง โบราณสถานที่สำคัญที่สุดคือ พระอุโบสถ ซึ่งแม้จะมีการบูรณะซ่อมแซมตามยุคสมัย แต่ยังคงรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นไว้เป็นอย่างดี ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของพระประธานที่มีพุทธลักษณะงดงาม เป็นศูนย์กลางของการประกอบพิธีทางศาสนาของชุมชน นอกจากนี้ หากท่านมีโอกาสได้เยี่ยมชมอย่างละเอียด อาจได้พบเห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวทางพุทธประวัติ หรือคติธรรมคำสอนที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาช่างฝีมือในอดีต นอกจากสระน้ำโบราณและพระอุโบสถแล้ว วัดสระพระยังเป็นที่ตั้งของ ศาลาการเปรียญ และ กุฏิสงฆ์ ที่ใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนและการพักอาศัยของพระภิกษุสามเณร ซึ่งทั้งหมดนี้รวมกันเป็นเสนาสนะที่ครบถ้วนตามหลักพระธรรมวินัย วัดแห่งนี้มีความสำคัญในฐานะของการเป็น ศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและประเพณี ของอำเภออย่างแท้จริง เพราะเป็นสถานที่จัดงานบุญสำคัญต่างๆ ตลอดทั้งปี อาทิ งานบุญมหาชาติ (บุญผะเหวด) ในช่วงเดือนสี่ (ราวเดือนมีนาคม) งานกฐิน และงานสงกรานต์ ซึ่งในช่วงเทศกาลเหล่านี้ วัดจะเต็มไปด้วยผู้คนจากทั้งในและนอกพื้นที่ที่มาร่วมทำบุญและสืบสานประเพณีท้องถิ่น การเยี่ยมชมวัดในช่วงเทศกาลจึงเป็นโอกาสที่ดีในการสัมผัสถึงความศรัทธาอันเข้มแข็งและความอบอุ่นของชาวโคราชท้องถิ่น การเดินทางมาวัดสระพระจึงไม่ใช่เพียงแค่การมาไหว้พระขอพร แต่เป็นการมาสัมผัสกับรากเหง้าของชุมชน การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านสระน้ำโบราณที่เปรียบเสมือนหัวใจของตำบล และการซึมซับบรรยากาศแห่งความสงบที่หาได้ยากในยุคปัจจุบัน เป็นสถานที่ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยศรัทธาของผู้คนในชนบทอย่างแท้จริง

[77/0][2020-04-14]

สวนกลางทุ่งตามรอยพ่อหลวง สวนกลางทุ่ง ตามรอยพ่อหลวง (Royal Initiative Field Center) นครราชสีมา ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่เป็น "ห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่" ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสานต่อและเผยแพร่พระราชปณิธานด้านการเกษตรอย่างยั่งยืนของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) พื้นที่แห่งนี้เป็นต้นแบบของการประยุกต์ใช้ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" และ "ทฤษฎีใหม่" ในการจัดการทรัพยากรที่ดินและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้สัมผัสประสบการณ์การเกษตรแบบผสมผสานอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่การจัดสรรพื้นที่ตามสัดส่วนที่กำหนด คือ พื้นที่น้ำ (30%) ที่ใช้สำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้งและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ, พื้นที่นาข้าว (30%) ซึ่งเป็นพืชหลักเพื่อความมั่นคงทางอาหาร, พื้นที่ปลูกพืชไร่/พืชสวน (30%) ที่มีการปลูกพืชหลากหลายชนิดทั้งพืชผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ยืนต้น และพืชสมุนไพร เพื่อลดความเสี่ยงจากการเพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยว, และ พื้นที่อยู่อาศัย/โรงเรือน (10%) ที่จัดสรรไว้สำหรับที่พักและกิจกรรมอื่นๆ ภายในสวนมีโซนจัดแสดงและกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ท่านสามารถเดินชม โรงเรือนปลูกผักออร์แกนิก ระบบปิดที่เน้นการผลิตที่ปลอดภัยไร้สารเคมี, แปลงนาสาธิต ที่สอนการปลูกข้าวหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงวิธีการทำนาแบบอินทรีย์, และ คอกปศุสัตว์ขนาดเล็ก เช่น การเลี้ยงไก่ไข่ ไก่พื้นเมือง และเป็ด เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของทรัพยากร (มูลสัตว์นำมาทำปุ๋ย) นอกจากนี้ ยังมีการจัดหลักสูตรระยะสั้นและเวิร์คช็อปสำหรับผู้ที่สนใจ เช่น การทำน้ำหมักชีวภาพ การทำปุ๋ยอินทรีย์ การเพาะเห็ด หรือการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร สำหรับผู้ที่ต้องการความผ่อนคลาย สวนกลางทุ่งมี มุมพักผ่อนหย่อนใจ มากมาย เช่น ศาลาริมน้ำที่มองเห็นผืนนาเขียวขจี, เส้นทางปั่นจักรยานรอบบริเวณที่ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ท้องถิ่น, และ ตลาดนัดสีเขียว ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรในเครือข่ายนำสินค้าคุณภาพที่ปลอดภัยมาจำหน่ายโดยตรง ผู้เข้าชมจึงมั่นใจได้ว่าสินค้าที่ซื้อกลับไปนั้นทั้งสดใหม่ ปลอดภัย และเป็นการสนับสนุนสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชนท้องถิ่นนครราชสีมาอย่างแท้จริง การเข้าชมสวนแห่งนี้จึงเป็นมากกว่าการท่องเที่ยว แต่เป็นการมาซึมซับวิถีชีวิตและปัญญาในการดำรงชีพที่ยั่งยืนของคนไทย

[130/0][2020-04-14]

วัดเกาะท่าลาด วัดเกาะท่าลาด (Wat Koh Thalad) ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านท่าลาด หมู่ที่ 1 ตำบลท่าลาด อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา จัดเป็นศาสนสถานเก่าแก่ที่อยู่คู่กับชุมชนมาอย่างยาวนาน โดยมีหลักฐานการก่อตั้งย้อนไปถึงปี พ.ศ. 2442 เป็นต้นมา ซึ่งสะท้อนถึงรากฐานทางพุทธศาสนาที่มั่นคงในพื้นที่แห่งนี้ แม้จะเป็นวัดราษฎร์ขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ก็เป็นศูนย์รวมจิตใจและแกนกลางในการประกอบศาสนพิธีของชาวบ้านในตำบลและใกล้เคียง วัดแห่งนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2529 ซึ่งเป็นเครื่องแสดงถึงการเป็นวัดที่ถูกต้องตามพระวินัยและมีอาณาเขตที่ชัดเจนในการประกอบพิธีสงฆ์ที่สำคัญ เช่น การทำสังฆกรรมหรือการผูกพัทธสีมา ภายในวัดประกอบด้วยเสนาสนะและถาวรวัตถุที่สำคัญตามแบบแผนของวัดในชนบท ได้แก่: อุโบสถ: อาคารหลักสำหรับประกอบพิธีสังฆกรรม โดยเฉพาะการอุปสมบทหรือการกรานกฐิน ศาลาการเปรียญ: ใช้เป็นสถานที่สำหรับพระสงฆ์ในการแสดงพระธรรมเทศนา และเป็นพื้นที่หลักสำหรับฆราวาสในการทำบุญตักบาตร ฟังธรรม และจัดกิจกรรมทางศาสนาในโอกาสสำคัญต่างๆ เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันเข้าพรรษา หอสวดมนต์: สถานที่สำหรับการปฏิบัติธรรมและสวดมนต์ของพระภิกษุสามเณร กุฏิสงฆ์: อาคารที่พักของพระภิกษุและสามเณรผู้จำพรรษา ในด้านการบริหารจัดการและการปกครองสงฆ์ วัดเกาะท่าลาดอยู่ภายใต้การดูแลของคณะสงฆ์มหานิกาย มีเจ้าอาวาสเป็นผู้บริหารและดูแลกิจการของวัด โดยในปัจจุบัน (ข้อมูล ณ ปี 2568) มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาอยู่ที่วัดประมาณ 5 รูป ซึ่งยังคงดำรงไว้ซึ่งการปฏิบัติกิจของสงฆ์และเป็นที่พึ่งทางธรรมให้กับชาวบ้านในพื้นที่ การทำบุญและการถวายสังฆทานจึงยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวท่าลาด นอกจากนี้ วัดยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรม โดยมักเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสาธารณะ หรือเป็นศูนย์กลางในการอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่นต่างๆ ของชุมชนอีกด้วย การเดินทางมายังวัดเกาะท่าลาดจึงไม่เพียงแต่เป็นการทำบุญ แต่ยังเป็นการเข้าถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมและศรัทธาของชาวนครราชสีมาในเขตอำเภอชุมพวงด้วย

[113/0][2020-04-14]

ปราสาทบ้านปรางค์ ปราสาทบ้านปรางค์ (Prasat Ban Prang) เป็นโบราณสถานสำคัญที่ตั้งอยู่ใจกลางชุมชนบ้านปรางค์ ตำบลบ้านปรางค์ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา มีอายุเก่าแก่ย้อนไปถึงสมัยอาณาจักรขอมรุ่งเรือง สันนิษฐานว่าก่อสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 17-18 ซึ่งอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างศิลปะแบบบาปวนตอนปลายและนครวัดตอนต้น และอาจมีความเกี่ยวข้องกับการสร้างอโรคยาศาลหรือธรรมศาลาในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรขอม องค์ประกอบหลักของปราสาทแต่เดิมนั้นเป็นกลุ่มปราสาท 3 หลัง ก่อด้วยอิฐและศิลาแลงวางเรียงกันในแนวเหนือ-ใต้ ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงซากของฐานปราสาทองค์กลางและเศษซากขององค์ประกอบสถาปัตยกรรมอื่นๆ ที่พังทลายลงตามกาลเวลา โครงสร้างที่เห็นในปัจจุบันคือฐานปราสาทที่ก่อด้วยศิลาแลงสลับหินทราย และมีร่องรอยการวางผังของห้องครรภคฤหะ (ห้องศักดิ์สิทธิ์ภายในปราสาท) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพตามคติศาสนาฮินดูหรือพุทธศาสนามหายาน สิ่งที่ทำให้ปราสาทบ้านปรางค์โดดเด่นอย่างยิ่งคือหลักฐานทาง ดาราศาสตร์โบราณ ที่พบในบริเวณปราสาท นักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์พบว่าการวางผังของปราสาทแห่งนี้ไม่ได้เป็นไปตามหลักการของศาสนสถานทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมีการคำนึงถึงทิศทางของดวงอาทิตย์อย่างแม่นยำ โดยตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออกแท้ (Azimuth 90 องศา) ซึ่งเป็นการวางแนวที่สอดคล้องกับปรากฏการณ์ วสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) คือวันที่กลางวันยาวเท่ากับกลางคืนในช่วงประมาณวันที่ 20-21 มีนาคมของทุกปี นอกจากนี้ยังมีการค้นพบร่องรอยการขีดเส้นตรงบนพื้นหินทราย ซึ่งเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายในการสังเกตการณ์ปรากฏการณ์สำคัญนี้ แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาอันล้ำลึกของช่างและนักบวชในยุคโบราณที่ผสานสถาปัตยกรรมเข้ากับจักรวาลวิทยาได้อย่างลงตัว บริเวณปราสาทบ้านปรางค์ยังมี บาราย หรือสระน้ำขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นคู่กันตามคติความเชื่อของอาณาจักรขอม ซึ่งบารายเป็นส่วนสำคัญของระบบการจัดการน้ำในอารยธรรมขอม และมักใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาควบคู่กับตัวปราสาท ปราสาทบ้านปรางค์จึงไม่ได้เป็นเพียงซากหินโบราณ แต่เป็นศูนย์กลางทางศาสนา การปกครอง และการดำรงชีวิตของชุมชนในอดีต ปัจจุบัน ปราสาทแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร และเป็นจุดศูนย์รวมของ การท่องเที่ยวชุมชนบ้านปรางค์นคร ซึ่งพยายามฟื้นฟูและนำเสนอเรื่องราวของโบราณสถานควบคู่ไปกับวิถีชีวิตพื้นบ้านและกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งความยิ่งใหญ่ของอดีต และเสน่ห์ของชุมชนอีสานในปัจจุบัน

[101/0][2020-04-14]

วัดโคกคูขาด วัดโคกคูขาด (Wat Khok Khu Khat) สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย เป็นอารามสำคัญที่เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของชุมชนบ้านโคกคูขาดและพื้นที่ตำบลหนองหัวฟานโดยรอบ วัดแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน สะท้อนผ่านความผูกพันและศรัทธาอันแนบแน่นของชาวบ้านในอำเภอขามสะแกแสงต่อพระพุทธศาสนา กิจกรรมหลักของวัดคือการเป็นสถานที่สำหรับการปฏิบัติธรรม การบำเพ็ญบุญ และการรักษาศีลธรรม โดยมีการจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรในทุกเช้าตรู่และในวันพระใหญ่เป็นประจำ นอกจากบทบาททางศาสนาแล้ว วัดยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น ชาวบ้านจะมารวมตัวกันที่วัดเพื่อจัดงานบุญสำคัญตามรอบปีจันทรคติ เช่น งานบุญเข้าพรรษา และ งานบุญออกพรรษา ซึ่งมีการถวายผ้าอาบน้ำฝนและกฐินสามัคคีอย่างยิ่งใหญ่ รวมถึง ประเพณีสงกรานต์ ที่วัดเป็นสถานที่หลักในการสรงน้ำพระและการรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุเพื่อความเป็นสิริมงคล อาคารเสนาสนะภายในวัด แม้จะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอลังการ แต่ก็เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะ อุโบสถ และ ศาลาการเปรียญ ซึ่งเป็นสถานที่หลักในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมะของเยาวชนในชุมชน ความเรียบง่าย สงบ และร่มรื่นของพื้นที่วัดโคกคูขาด จึงเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามากราบไหว้และพักผ่อนจิตใจจากความวุ่นวายภายนอก วัดแห่งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นที่ประทับของพระสงฆ์เท่านั้น แต่ยังเป็น "บ้าน" ทางจิตวิญญาณที่คอยโอบอุ้มและจรรโลงความดีงามในวิถีชีวิตของชาวโคกคูขาดตลอดมา

[135/0][2020-04-14]